15 เว็บไซต์เรียนออนไลน์ฟรี 2024 อัพสกิลง่ายๆ จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ

แชร์ Share Facebook Share Line

การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด แม้จะก้าวเข้าสู่วัยทำงานก็ยังต้องพัฒนาทักษะของตัวเองอยู่เสมอ ในยุคที่หลายอย่างก้าวเข้าสู่โลกออนไลน์ คอร์สเรียนต่างๆ ก็มีให้ศึกษาผ่านเว็บไซต์เช่นเดียวกัน บทความนี้จะชี้เป้าเว็บเรียนออนไลน์ที่น่าสนใจในปี 2024

1. Chula Mooc

Chula Mooc เป็นเว็บไซต์เรียนออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนได้จาก 5 หมวดวิชา ได้แก่ ภาษา เทคโนโลยี การจัดการ ศิลปะ การพัฒนาตนเอง และสุขภาพ หลักสูตรที่เปิดสอนจะถูกออกแบบมาให้มีความละเอียดและครอบคลุม โดยสอนโดยอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

  • เว็บไซต์: Chula Mooc
  • ไฮไลท์: เนื้อหาและหลักสูตรจากอาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ค่าใช้จ่าย: ฟรี

2. TU Next

TU Next เป็นแพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีคอร์สเรียนที่หลากหลายมากกว่า 90 คอร์ส เช่น ปรัชญาการเมืองเบื้องต้น อารยธรรมและวัฒนธรรมของไทยในปัจจุบัน และการดูแลจิตใจภายใต้สภาวะวิกฤติ คอร์สเรียนนี้ได้รับการออกแบบมาให้มีความแปลกใหม่และน่าสนใจ รวมถึงมีใบรับรองให้เมื่อสอบผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด

  • เว็บไซต์: TU Next
  • ไฮไลท์: การเรียนการสอนเหมือนในมหาวิทยาลัย
  • ค่าใช้จ่าย: ฟรีบางวิชา และบางวิชามีค่าใช้จ่าย

3. Mahidol University Extension

มหาวิทยาลัยมหิดลเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปสามารถเรียนออนไลน์ได้จาก 22 คณะ เช่น ทันตแพทยศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และศิลปศาสตร์ คอร์สเรียนออนไลน์จะเน้นการเจาะลึกตามสายอาชีพ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน มีการให้ใบรับรองตามเกณฑ์ที่กำหนด

  • เว็บไซต์: Mahidol University Extension
  • ไฮไลท์: เจาะลึกตามสายอาชีพ
  • ค่าใช้จ่าย: ฟรี

4. CMU Lifelong Education

เว็บไซต์เรียนออนไลน์ฟรีจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถเรียนได้ วิชาที่เปิดสอนมีหลากหลายหมวดหมู่ เช่น หลักสูตรอบรมออนไลน์ หลักสูตรอบรมระยะสั้น และวิชาเรียนร่วม ตัวอย่างวิชาที่น่าสนใจ เช่น การผลิตสื่อเพื่อการตลาดในยุคธุรกิจออนไลน์ ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ทำธุรกิจขายของออนไลน์

  • เว็บไซต์: CMU Lifelong Education
  • ไฮไลท์: วิชาหลากหลาย ปรับใช้ได้จริง
  • ค่าใช้จ่าย: ฟรี

5. Thai Mooc

Thai Mooc เป็นแพลตฟอร์มการศึกษาระบบแบบเปิดเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีวิชาให้เลือกเรียนทั้งหมด 12 หมวดวิชา ซึ่งรวบรวมความรู้จากหลายมหาวิทยาลัยเข้าไว้ด้วยกัน เน้นการนำความรู้ไปปรับใช้ได้จริงในสายอาชีพต่างๆ หากสอบผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดจะได้รับใบประกาศนียบัตร

  • เว็บไซต์: Thai Mooc
  • ไฮไลท์: มีคอร์สเรียนออนไลน์มากกว่า 482 คอร์ส
  • ค่าใช้จ่าย: ฟรี

6. Harvard

Harvard University มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก มีคอร์สเรียนออนไลน์ฟรีให้เลือกเรียนมากมาย เช่น การเป็นผู้นำ ดวงดาวและอวกาศ การพูดเชิงโน้มน้าวใจ และบทบาทผู้หญิงในประวัติศาสตร์ วิชาเหล่านี้หาเรียนได้ยากในประเทศไทย และมีใบรับรองให้เมื่อเรียนครบเวลาและผ่านหลักสูตร (มีค่าธรรมเนียม 90 USD)

  • เว็บไซต์: Harvard
  • ไฮไลท์: รายวิชาหาเรียนยากในไทย ตรงกับสถานการณ์ของโลกและสังคม
  • ค่าใช้จ่าย: ฟรี (มีค่าธรรมเนียมสำหรับใบรับรอง)

7. Stanford

Stanford University เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีคอร์สเรียนออนไลน์ฟรีในหลายหลักสูตร เช่น วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ เศรษฐศาสตร์ การตลาดดิจิทัล และภาษา สามารถลงทะเบียนเรียนได้ฟรี แต่บางรายวิชาจะมีค่าธรรมเนียม ผู้เรียนสามารถเรียนออนไลน์ได้ตลอดเวลา และมีใบประกาศนียบัตรให้หลังจากเรียนจบหลักสูตร

  • เว็บไซต์: Stanford
  • ไฮไลท์: ไม่จำกัดอายุผู้สมัครเรียน ความรู้จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ
  • ค่าใช้จ่าย: ฟรี (บางรายวิชามีค่าธรรมเนียม)

8. LinkedIn Learning

LinkedIn Learning เป็นแพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์ที่เน้นทักษะตามสายงานที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด เช่น Software Developer ซึ่งสอนพื้นฐานการเขียนโปรแกรมไปจนถึงการประยุกต์ใช้กับภาษาทางโปรแกรมมิ่งต่างๆ เช่น HTML, CSS, SQL, Javascript และ Python นอกจากนี้ยังมีคอร์สด้านการขาย การเจรจา เช่น Sales Representative ผู้เรียนสามารถลงทะเบียนเรียนฟรีได้ 1 เดือน หรือเลือกจ่ายเพิ่มเพื่อซื้อคอร์สทั้งหมด

  • เว็บไซต์: LinkedIn Learning
  • ไฮไลท์: วิชาตามสายงานที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดงาน
  • ค่าใช้จ่าย: เรียนฟรี 1 เดือน

9. Coursera

Coursera เป็นเว็บไซต์เรียนออนไลน์ที่รวบรวมวิชาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก มีคอร์สมากกว่า 5,100 คอร์ส ผู้สอนเป็นอาจารย์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เช่น Stanford, Yale และ Harvard มีทักษะให้เรียนรู้ถึง 11 หมวดวิชา เช่น วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ธุรกิจ และศิลปะ สามารถสมัครเรียนฟรีได้บางคอร์ส และมีตัวเลือกให้จ่ายค่าธรรมเนียมเพื่อรับใบประกาศนียบัตร

  • เว็บไซต์: Coursera
  • ไฮไลท์: มีทักษะให้เรียนรู้ถึง 11 หมวด พร้อมแบ่งระดับของคอร์ส
  • ค่าใช้จ่าย: ทดลองเรียนฟรี 7 วัน หลังจากนั้นมีค่าธรรมเนียม

10. Skillshare

Skillshare เป็นเว็บไซต์เรียนออนไลน์ที่เน้นคอร์สจากอเมริกา มีคอร์สมากกว่า 14,000 หลักสูตร เช่น ธุรกิจ การสร้างสรรค์ เทคโนโลยี วาดภาพ และไลฟ์สไตล์ บางหลักสูตรมาจากมหาวิทยาลัยระดับโลก ผู้เรียนสามารถสมัครเรียนฟรีได้ 1 เดือนเต็ม และสามารถเรียนผ่านแอปพลิเคชันได้ด้วย

  • เว็บไซต์: Skillshare
  • ไฮไลท์: สามารถเรียนผ่านแอปพลิเคชัน และคอมเมนต์ได้ระหว่างเรียน
  • ค่าใช้จ่าย: ทดลองเรียนฟรี 1 เดือน หลังจากนั้นมีค่าใช้จ่าย

11. Futurelearn

Futurelearn เป็นแพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์ที่มีคอร์สเรียนฟรีมากกว่า 1,000 หลักสูตรจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เช่น Cambridge, UCL และ The University of Kent เนื้อหาคอร์สมีความหลากหลาย ไม่จำกัดเฉพาะวิชาการ ผู้เรียนสามารถสมัครสมาชิกรายปีเพื่อเรียนทุกวิชาตลอดทั้งปี และมีใบรับรองให้เมื่อเรียนครบ 90% ของหลักสูตร

  • เว็บไซต์: Futurelearn
  • ไฮไลท์: ความรู้หลากหลาย ไม่จำกัดแค่วิชาการ
  • ค่าใช้จ่าย: ฟรี และสมัครสมาชิกรายปีเพื่อเรียนทุกวิชาตลอดทั้งปี มีใบรับรองเมื่อเรียนครบ 90%

12. Edx

Edx เป็นแพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์ที่รวบรวมวิชาจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง เช่น Harvard, MIT, Berkeley และอื่นๆ มีคอร์สเรียนหลายภาษาและแบ่งหมดเป็นหมวดหมู่ เช่น การแพทย์ กฎหมาย การเงิน ภาษาศาสตร์ สื่อสารมวลชน และดนตรี ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนตามเลเวลตั้งแต่ Introductory, Intermediate ไปจนถึง Advanced บางคอร์สเรียนฟรี และบางคอร์สมีค่าใช้จ่ายสำหรับใบประกาศนียบัตร

  • เว็บไซต์: Edx
  • ไฮไลท์: แบ่งสัดส่วนชัดเจน มีครบทุกวิชาทั้งศิลป์และศาสตร์
  • ค่าใช้จ่าย: เรียนฟรีบางคอร์ส ต้องจ่ายเงินเพื่อรับใบประกาศนียบัตร

13. Class Central

Class Central เป็นแพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์ที่มีระบบค้นหาคอร์สเรียนออนไลน์จากทั่วโลกกว่า 30,000 คอร์ส และมี 926 คอร์สจากมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับโลก เช่น เรื่องภูเขาทั่วโลก การทำงานของจิตใจ และความยุติธรรมในบริบทต่างๆ มีระบบรีวิวและจัดอันดับคอร์สเพื่อช่วยให้ผู้เรียนสามารถเลือกคอร์สที่เหมาะสมกับตัวเองได้

  • เว็บไซต์: Class Central
  • ไฮไลท์: มีคอร์สหลากหลาย และรีวิวจัดอันดับ
  • ค่าใช้จ่าย: ฟรี ต้องซื้อคอร์สเพื่อรับใบรับรอง

14. Open Culture

Open Culture เป็นแพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์ที่รวบรวมคอร์สฟรีจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เช่น Yale, MIT, Harvard และ Oxford มีคอร์สเรียนออนไลน์ฟรีกว่า 1,000 คอร์สในหลากหลายแขนง เช่น มนุษยศาสตร์ ศิลปะ ประวัติศาสตร์ และธุรกิจ นอกจากนี้ยังมีการจัดรีวิวคอร์สเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนได้ตามความสนใจ

  • เว็บไซต์: Open Culture
  • ไฮไลท์: คอร์สแปลกใหม่ มีรีวิวคอร์ส
  • ค่าใช้จ่าย: ฟรี ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพื่อใบรับรอง

15. Pluralsight

Pluralsight เป็นแพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์ที่เน้นการพัฒนาเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และการเขียนโค้ด มีคอร์สเรียนด้าน IT และการเขียนโปรแกรม เช่น Java, Angular, React, Spring Framework และ Hibernate เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจพัฒนาแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ ผู้เรียนสามารถทดลองเรียนฟรีได้ 10 วัน และเลือกจ่ายค่าเรียนเป็นรายเดือนได้

  • เว็บไซต์: Pluralsight
  • ไฮไลท์: เน้นการพัฒนาเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และการเขียนโค้ด
  • ค่าใช้จ่าย: ทดลองเรียนฟรี 10 วัน มีค่าใช้จ่ายรายเดือน

สรุปเว็บไซต์เรียนออนไลน์น่าสนใจปี 2024

ทุกเว็บไซต์เรียนออนไลน์ที่แนะนำมานี้มีหลักสูตรจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งแต่ละคอร์สก็มาจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง ใครอยากอัปสกิลสายไหน เสริมทักษะด้านใด เลือกเรียนได้ตามใจชอบ หรือเรียนคอร์สจากต่างประเทศเพื่อเพิ่มทักษะภาษา ความรู้ใหม่ที่ได้มาจะช่วยต่อยอดความสำเร็จในสายงานของคุณได้แน่นอน

อย่าลืมหลังจากเรียนจบคอร์สแล้ว หากต้องการก้าวหน้าในสายอาชีพ ฝากโปรไฟล์กับ PHUKET108.COM หรือหางานที่ใช่กับบริษัทชั้นนำของประเทศที่เว็บไซต์ของเรานะคะ

ติดตามข่าวสาร

ติดตามเรา

Link to Facebook Link to Line